แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ผมเสีย

ความอยากสวย ไปยืดผม แล้วก็พบปัญหาผมเสียอย่างที่เขาบ่นกัน ผมฟูแข็ง หงิกงอเป็นสก้อตไบร์ทเลย  วันนี้ทนไม่ได้ทดลองหมักผมตามสูตรในอินเตอร์เนต ไข่แดง น้ำผึ้ง น้ำมันมะพร้าว นานแค่ไหนกว่าผมของฉันจะกลับมาเหมือนเดิม 

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ลดน้ำหนัก2


  ในที่สุดเราก็ทำความฝันเป็นจริง สามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้ ถึงจะค่อยๆลงทีละน้อยก็ตาม จากเริ่ม เมื่อเดือนมีนาคมหนัก 56 กิโลกรัม  ทนกับความบวมและการที่ไม่มีเสื้อผ้าใส่ ใส่อะไรก็ดูไม่ดี  ตั้งใจจะต้องลดลงให้ได้ ณ วันนี้ลดลงได้ 5 กิโลกรัมแล้วดีใจมาก



วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แก่นตะวัน


มาแล้วงานประจำปีที่เรารอคอย งานกาชาดราชบุรี ปีนี้ใช้ชื่อซะหรูว่า งานเที่ยวชมของดีเมืองโอ่ง เหตุที่เฝ้าคอยก็เพราะงานนี้จัดรอบที่ทำงานไม่ต้องเดินทางไปให้เสียเวลา เลิกงานก็เดินเที่ยวได้เลย แถมงานนี้มีต้นไม้มาขายให้เราเลือกซื้อเยอะมาก นี่งานเริ่มไปไม่กี่วันเราก็ซื้อต้นไม้ไปหลายต้นแล้ว แต่ที่จะพามาอวดก่อนอันดับแรกก็คือ....หัวแก่นตะวัน

วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

มะขามป้อมเปลี่ยนไป

น้ำหมักป้าเช็งถังแรกของฉันเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว(2554) จำได้ว่าเป็นช่วงเทศกาลกินเจ  ชาวหมักรุ่นป้าท่านหนึ่งสั่งมะขามป้อมมาให้เรา 10 กิโล  กิโลละ 15 บาท  วันนั้นเรายังไม่มีถัง  ไม่มีน้ำตาลทรายแดงเลย  กว่าจะได้หมักก็วุ่นวายน่าดู  แถมเป็นการหมักแบบมือใหม่ไร้ประสบการณ์  ใช้น้ำประปาโดยไม่ได้กรอง  น้ำตาลทรายแดงก็เป็นน้ำตาลที่ฟอกสีแล้ว (ปัจจุบันมือเก่าใช้น้ำกรอง  น้ำตาลทรายไร่ทิพย์แถมน้ำสุดท้ายก่อนหมักผสมน้ำหมักในน้ำที่ล้างด้วย)  พอได้เริ่มหมักมะขามป้อมถังแรกหลังจากนั้นกิจกรรมการหมักผักผลไม้ต่าง ๆ ก็ตามมาไม่ได้ขาด เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมะขามป้อมก่อนหมักไว้

 จากวันนั้นถึงวันนี้ นับได้ 3 เดือน มะขามป้อมก็เปลี่ยนไป 
รออีก อย่างน้อย 3 เดือนกว่าจะได้ชื่นชมกับน้ำมะขามป้อมแสนวิเศษ
  สรรพคุณของมะขามป้อม
แก้หวัด
ผลมะขามป้อมมีสรรพ-คุณแก้หวัด แก้ไอได้ดี เป็นที่รู้กันในทุกประเทศที่มีมะขามป้อม จนปัจจุบันมีสิทธิบัตรจดในประเทศสหรัฐอเมริกาของตำรับยาที่มีส่วนผสมของ มะขามป้อมอยู่ระบุสรรพคุณในการแก้หวัด แก้ไข้ ซึ่งอาจเนื่องมาจากวิตามินซีหรือสาร ในกลุ่มแทนนิน
อาการเป็นหวัด ไอ เจ็บคอ ปากคอแห้ง ให้ใช้ผลสด ๑๕-๓๐ ผล คั้นเอาน้ำ มาจากผล หรือต้มทั้งผลแล้วดื่ม แทนน้ำเป็นครั้งคราว
ไข้จากเปลี่ยนอากาศ
ใช้ มะขามป้อมสดตำคั้นน้ำดื่ม จะช่วยลดไข้ได้ ดื่มวันละ ๓-๔ ครั้ง ครั้งละ ๑-๒ ช้อนชา น้ำคั้นมะขามป้อมเป็นยาเย็นช่วยลดความ ร้อน และระบายความร้อนออกจากร่างกาย โดยช่วยขับปัสสาวะและระบายท้อง

ไอ เจ็บคอ เสมหะติดคอ
ตาม ตำรายาไทยเชื่อว่าของที่มีรสเปรี้ยวทุกชนิดช่วยละลายเสมหะ และหมอยา พื้นบ้านเชื่อว่ารสเปรี้ยวที่ละลายเสมหะและบำรุงเสียงได้ดีที่สุดคือมะขาม ป้อม ปัจจุบันมีการศึกษาพบว่าในมะขามป้อมมีสารที่ละลายน้ำได้มีฤทธิ์ละลายเสมหะ และที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีการพัฒนายาแก้ไอมะขามป้อมขึ้นทะเบียน ยาเป็นยาแผนโบราณ เป็นที่นิยมของทั้งผู้ใช้ยาและแพทย์ โดยตำรับยาทำได้ง่ายๆ เพียงแต่ นำมะขามป้อมแห้งมาต้มแล้วแต่งรส
มะขามป้อมที่จะนำมากินแก้ไอ เจ็บคอ ควรเลือกลูกที่แก่จัดจนผิวออกเหลือง
เมื่อมีอาการเป็นหวัด ไอ ให้นำมะขามป้อมสดมาเคี้ยวอมกับเกลือทุกครั้งที่มีการไอ
ถ้าไม่ไอแต่ยังมีไข้อยู่ก็ควรอมมะขามป้อมเพื่อให้ชุ่มคอและขับเสมหะ เป็นการป้องกันการไอได้ด้วย
ละลายเสมหะ แก้การกระหายน้ำ ใช้ผลแก่จัด มีรสขม อมเปรี้ยว อมฝาด เมื่อกินแล้วจะรู้สึกชุ่มคอ ใช้สำหรับช่วยละลายเสมหะ กระตุ้นให้เกิดน้ำลาย จึงช่วยแก้การกระหายน้ำได้ดี หรือใช้ผลแห้งประมาณ ๖-๑๐ กรัม ถ้าใช้ผลสดประมาณ ๑๐ กรัม ต้มกับน้ำดื่ม หรือคั้นเอาน้ำสำหรับดื่ม
ขับเสมหะ หรือช่วยระบายของเสีย ให้ใช้ผลสด ๕-๑๕ ผล ต้มหรือคั้นน้ำมาดื่ม

บำรุงเสียง

มะขาม ป้อมสดสามารถช่วยบำรุงเสียงได้ เพราะเวลาอม มะขามป้อมจะทำให้ชุ่มคอ คอไม่แห้ง เสียงจะสดใส นักร้องสมัยก่อนมักจะเฉือนลูกมะขามป้อมชิ้นหนึ่งมาอมไว้จนร้องเสร็จเพื่อ ป้องกันไม่ให้เสียงแห้ง
บำรุงผมผลแห้งของมะขาม ป้อมมีสรรพคุณ เป็นสารชะล้างอ่อนๆ คนอินเดียนิยมนำมา ใช้ทำเป็นแชมพูสระผม คนอินเดียเชื่อว่ามะขามป้อมบำรุงผม ช่วยทำให้ผมดกดำและป้องกันผมหงอกก่อนวัย ป้องกันผมร่วง
ในอินเดียมีการนำมะขามป้อมมาทำเป็นน้ำมันบำรุงให้ผมดกดำ ป้องกันการหงอกก่อนวัย
นำ ลูกมะขามป้อมมาฝานเป็นแว่นเล็กๆ ตากให้แห้งในที่ร่ม นำมาทอดในน้ำมันมะพร้าว ทอดจนเนื้อมะขามป้อมไหม้เกรียม แล้วกรองเก็บไว้ทาผมเป็นประจำ ยาน้ำมันนี้ ถ้าได้ เนื้อลูกสมอไทยและดอกชบาแดง ใส่ลงไปทอดด้วย จะทำให้น้ำมันมีสรรพคุณดียิ่งขึ้น ซึ่งตำรับนี้โรงพยาบาลเจ้าพระยา- อภัยภูเบศรได้พัฒนามาเป็นน้ำมันหมักผมมะขามป้อม สมอไทย และได้ใส่ดอกอัญชันลงไปแทนดอกชบา ซึ่งได้รับความนิยมสูงมาก วิธีทำก็ง่ายๆ ตามที่เขียนไว้ในสูตร
น้ำแช่ลูกมะขามป้อมแห้งสามารถบำรุงผมได้ ขั้นตอนก็คือ นำลูกมะขามป้อมแห้ง ๑ กำมือ แช่ในน้ำ ๑ ขัน แช่ไว้ตลอดคืน เมื่อเวลาสระผมเสร็จแล้ว ให้เอาน้ำแช่มะขามป้อมนี้ล้างเป็นน้ำสุดท้าย
มีการศึกษาพบว่าสารในมะขามป้อมช่วยกระตุ้นการงอกของผม และมีการจดสิทธิบัตรส่วนผสมที่มีมะขามป้อมที่ใช้กับเส้นผม

บำรุงร่างกายให้แข็งแรง
มะขามป้อมมีรสเปรี้ยว ฝาด ขม เช่นเดียวกับสมอไทย จึงสามารถ แก้โรคต่างๆ ได้มากเช่นเดียวกับสมอไทย
ตำรา ยาอินเดียยกย่องมะ ขามป้อมไว้มากว่า เป็นผลไม้บำรุงร่างกายที่ดีมาก ตำราบางเล่มถึงกับกล่าวว่า ถ้าคนอินเดียไม่มองข้ามมะขามป้อม คือเอามะขามป้อมมากินเป็นประจำวันละ ๑ ลูก ทุกวัน เขาเชื่อว่าคนอินเดียจะมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงกว่านี้มากนัก ทั้งนี้เพราะมะขามป้อมบำรุงอวัยวะแทบทุกส่วนของร่างกาย คือ บำรุงผม สมอง ดวงตา คอ หลอดลม ปอด หัวใจ กระเพาะ ลำไส้ ตับ ไต ตับอ่อน ผิวหนัง แก้น้ำเหลืองเสีย ปรับประจำเดือนให้มาปกติ บำรุงเลือด บำรุงกำลัง ช่วยลดความดันเลือดสูง ปัจจุบันมีการศึกษาพบประโยชน์มากมายของมะขามป้อมในการลดความดัน ลดน้ำตาลและลดไขมันในเลือด
การกินมะขามป้อมช่วยควบคุม โรคเบาหวานทางอายุรเวท พบว่าการ ดื่มน้ำมะขามป้อมคั้นสด ๑ ช้อนโต๊ะ (๑๕ ซีซี) กับน้ำมะระขี้นกคั้นสด ๑ ถ้วย ทุกวันเป็นเวลาสองเดือนสามารถกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินและลดระดับ น้ำตาลในเลือด ได้ การกินยาตำรับนี้ต้องมีการควบคุม อาหารอย่างเข้มงวด และยาตำรับนี้ยังลดอาการแทรกซ้อนทางตาจากโรคเบาหวาน

ลักปิดลักเปิด

มะขามป้อมมีวิตามินซีสูงมาก และเป็นวิตามินซีธรรมชาติ ที่มีสรรพคุณดีกว่าวิตามินซีสังเคราะห์
มีงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ทด-ลองให้คนกินยาเม็ดวิตามินซีกับกินมะขามป้อมเปรียบเทียบกัน
พบ ว่า วิตามินซีจากมะขามป้อมถูกดูดซึมเร็วกว่าวิตามินซีเม็ด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะในมะขามป้อมมีสารอื่นๆ ที่ช่วยพาวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายได้รวดเร็ว
มะขามป้อมที่ผ่านการต้ม หรือตากแห้ง ทำให้วิตา-มินซีลดลง แต่ก็ยังเพียงพอที่จะใช้รักษาโรคลักปิดลักเปิดได้ ถ้าเก็บไว้ไม่เกิน ๑ ปี
กระหายน้ำ
มะขาม ป้อมสดๆ เมื่อรู้สึกคอแห้ง กระหายน้ำจัด ถ้าดื่มน้ำมากกะทันหันจะทำ ให้จุกเสียดไม่สบายได้ ถ้าได้อมมะขามป้อมก่อน อาการกระหายน้ำและคอแห้งอย่างแรงจะรู้สึกดีขึ้นทันที ไม่ทำให้ ดื่มน้ำมากไป เหมาะแก่การเดินทางไกล วิ่งมาราธอน
เวลาอมก็ใช้ฟันกัดลูกมะขามป้อมให้พอมีน้ำซึมออก มา แล้วดูดลงคอไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมด
ท้องผูก
คนที่ท้องผูกประจำ ไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตาม ถ้าได้กินมะขามป้อมแล้วอาการท้องผูกจะหายไป
เนื่อง จากมะขามป้อมมีรสฝาด จะทำให้กินยากไปสักหน่อย ควรปรุงรสให้อร่อย ด้วยการนำมะขามป้อมมาผ่าแคะเม็ดออก (กินแต่เนื้อ) ประมาณ ๑๐ ลูก ใส่พริก เกลือ น้ำตาล ตำพอแหลก กินต่างผลไม้ แต่ควรกินก่อนนอนหรือตอนตื่นนอนใหม่ๆ ในขณะที่ท้องว่าง
วิธีลดความฝาดของมะขามป้อม ก็คือแช่น้ำเกลือ มีขั้นตอนดังนี้
ล้างมะขามป้อมให้สะอาด ลวกด้วยน้ำร้อน และนำไปแช่ในน้ำเกลือที่เค็มจัด แช่ไว้สัก ๒ วัน รสฝาดก็จะลดลง ยิ่งแช่นานรสฝาดก็ยิ่งหมดไป

ไข้ทับระดู
นำ มะขามป้อมแห้งจำนวนเท่ากับอายุของผู้ป่วย ลูกสมอไทยแห้งจำนวนเท่า กับอายุของผู้ป่วย ใบมะกาแห้ง ๑ กำมือ เกลือนิดหน่อย ใส่น้ำท่วมยา ต้มให้เดือดนาน ๑๕ นาที ในวันแรกที่กินให้กินเว้นระยะห่างทุก ๔-๖ ชั่วโมง ครั้งละ ๑ แก้ว วัน ต่อมาให้กินวันละ ๒ ครั้งครั้งละ ๑ แก้ว เช้า-เย็น กิน ๓ วันหาย หลังจากกินยาไปแล้ว ๑๒ ชั่วโมงอาการจะดีขึ้น คืออาการปวดหัวเมื่อยตัว ปวดท้อง ทุเลาลง
คันจากเชื้อราใช้รากมะขามป้อมสับเป็นชิ้นเล็กๆ พอประมาณ ต้มให้เดือดนาน ๑๕ นาที นำมาทาบริเวณที่มีเชื้อรา วันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น
หลังจากทาแล้วประ-มาณ ๒-๓ ชั่วโมงอาการคันจะค่อยๆ ลดลง และจะค่อยๆ หายไปภายใน ๑ สัปดาห์

น้ำกัดเท้า-ฮังกล้า
น้ำ กัดเท้า หรือที่ชาวอีสานเรียกกันว่า "ฮังกล้า" เกิดจากการถอน ต้นกล้าแล้วเอารากกล้าฟาดตีกับข้อเท้าให้ดินโคลนหลุดออกจากรากกล้า ต่อมาเท้าเกิดโรคตุ่มคันขึ้น จะมีอาการคันมาก ยิ่งเกาก็ยิ่งแตกทั่วรอบข้อเท้า ภาคอีสานเป็นกันมาก บางคนก็เรียกว่า "เกลียดน้ำ" ให้ใช้เปลือก ต้นมะขามป้อมตำให้ละเอียด ผสมน้ำพอเปียกชะโลมให้ทั่ว รักษาได้

ถ้าเกามากจนหนังถลอก น้ำเหลืองไหล ปวดแสบปวดร้อน คือโรคเป็นหนักแล้ว ให้เอาลูกมะขามป้อมแก่ๆ สดๆ มาใส่ในโพรงเหล็กผาลไถนา ใส่น้ำให้เต็มโพรงเหล็กผาลนั้น ตั้งไฟจนมะข้ามป้อมเละ และมีสีดำเหนียว เมื่อเอามาทาแล้วยาจะแห้งเข้าจนดำหมดทั้งหลังเท้าที่แตกเป็นน้ำเหลืองไหล แผลนั้นจะค่อยๆ หายไปจนเป็นปกติ
นอกจากนี้แล้วก่อนลงนาหรือหลังจากขึ้นมา จากนา ชาวนาสมัยก่อนนิยมนำเปลือกต้นมะขามป้อมมาแช่เท้าเพื่อฆ่าเชื้อโรคและความฝาด ของเปลือกมะขามป้อมยังช่วยตะกอนโปรตีนทำให้ผิวหนังของเท้าและข้อเท้าหนาขึ้น ทนทานต่อการเกิดน้ำกัดเท้ามากยิ่งขึ้น
บิด
ถ่ายเป็นบิด ใช้เปลือกต้นมะขามป้อม ต้มใส่ข้าวเปลือกเจ้าดื่มต่างน้ำ
ตำรา อินเดียบอกว่า ลูกมะขามป้อมใช้แก้ท้องเสียและบิดได้ดี ด้วย การนำมะขามป้อมสด ๑ กำมือ ต้มกับน้ำ ๓-๔ แก้ว ต้มให้เดือดนาน ๑๐-๒๐ นาที ดื่มครั้งละ ๑ แก้ว ทุกครั้งที่ถ่าย หรือดื่มทุก ๒-๔ ชั่วโมง
ใบมะขามป้อมมีสรรพคุณแก้บิดและท้องเสียได้เช่นกัน นำใบตำให้ละเอียด ดื่มครั้งละ ๑ ช้อนชา ทุก ๒-๔ ชั่วโมง
ถ้าจะให้ดื่มง่ายควรผสมน้ำผึ้งเพื่อให้มีรสชาติกลมกล่อม
ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อยนำลูกมะขามป้อมแห้ง ๓-๕ ลูก แช่ในน้ำ ๑ แก้ว ตลอดคืน ตื่นเช้าดื่มทั้งน้ำและกินเนื้อทุกวันจนกว่าอาการจะหาย
มะขามป้อมยังแก้กระเพาะอาหารอักเสบและโรคกระเพาะอาหาร มีกรดมากเกินไปได้ด้วย
ถ้าจะใช้แก้กระเพาะอาหารอักเสบ ให้กินผงลูกมะขามป้อมวันละ ๔ ครั้ง ครั้งละ ๑-๒ ช้อนชา ก่อนอาหารและก่อนนอน
หลอดลมอักเสบ กระเพาะอาหารอักเสบ ใช้รากแห้ง ๑๕-๓๐ กรัมต้มกับน้ำ ดื่มแทนน้ำอย่างน้อยวันละ ๓-๔ ครั้ง

แก้น้ำเหลืองเสีย

คนที่มีน้ำเหลืองเสีย คือคน ที่เป็นแผลแล้วหายช้า แผลมีน้ำเหลืองไหลมาก หรือผิวหนังถูกอะไร นิดหน่อยก็คันแล้ว หรืออยู่ดีๆ คันทั่วตัว
ในคนที่มีน้ำเหลืองเสียควรกิน มะข้ามป้อม ๑ ลูก หลังอาหารเป็นประจำทุกวัน
แก้ผิวหนังอักเสบ เป็นผื่นคัน ใช้ใบสด ปริมาณพอเหมาะ ต้มกับน้ำปริมาณหนึ่งเท่าตัว ใช้อาบหรือ ชะล้างส่วนที่เป็น ให้ทำบ่อยๆ อย่างต่อเนื่องก็จะช่วยให้ผิวหนังดีขึ้น
ขับพยาธิ
ใช้ น้ำคั้นลูกมะขามป้อม ๑ ช้อนชา ผสมกับน้ำกะทิมะพร้าว ๑ ถ้วย ดื่มวันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น ติดต่อกัน ๑ สัปดาห์ ขับพยาธิตัวตืด และพยาธิปากขอ
หิด ผื่นคัน
นำ เมล็ดในลูกมะขามป้อม มาเผาจนเป็นถ่าน บดให้ละเอียด ผสมด้วยน้ำมันพืช พอให้ยาเหลว ข้น ทาวันละ ๒-๓ ครั้ง น้ำมันนี้ใช้ทาดับพิษน้ำร้อนลวก และใช้รักษาแผลได้ด้วย
แก้ปวดฟัน
แก้ปวดฟัน ใช้ปมกิ่งก้านต้มกับน้ำ ใช้อมและบ้วนปาก บ่อยๆ จะบรรเทาอาการปวดฟัน

หมักวันละนิดจิตแจ่มใส

น้าเห็นเราบ้าหมักก็อุตส่าห์ไปเก็บใบสะเดา ดอกสะเดาที่บานๆ กินไม่ได้แล้วเอามาให้เรา
เขาคงคิดว่าเราจะดีใจที่ได้หมักสะเดาถังใหญ่  แต่ที่ไหนได้เราเศร้ามากเพราะขี้เกียจล้างสะเดากองใหญ่น้ำหนักเบาชั่งได้สัก 2 กิโล  กว่าจะล้างแล้วก็บรรจุลงกระป๋องเล่นเอาเมื่อยแขนไปเลย 
   
สรรพคุณ
 ทางด้านสมุนไพร สะเดาสามารถใช้เป็นยารักษาโรคได้หลายชนิด เช่น เปลือกราก เปลือกต้น และผลอ่อน ใช้รักษาไข้มาลาเรีย ก้านใช้รักษาไข้หวัด เปลือกรากใช้รักษาอาการเป็นบิดมูกเลือด ใบอ่อนและดอกช่วยเจริญอาหาร และบำรุงธาตุ ผลแก้โรคหัวใจ ดอกใช้ระงับอาการเลือดกำเดาออก ผลอ่อนใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ แก้ริดสีดวงและปัสสาวะพิการ ส่วนยางใช้ดับพิษร้อน

น้องพริกถูกหมัก


พริกแสนสวย
และแล้วเธอก็เหมือนเพื่อน ๆ 
ลงไปนอนแช่น้ำหวานรอวันเวลาจะได้กลับมาเป็นน้ำหมักพริกที่แสนดี
ข้อความโดนใจนี้ได้มาจากร้านอักษรศีลที่เราเอาโปรเจ็คเตอร์ไปให้ซ่อม
อ่านแล้วอดเก็บรูปมาไม่ได้

เพลินกับการหมัก

 ชาวหมัก 3 น้าหลาน พากับไปช้อปปิ้งตลาดผักศรีเมืองอีกแล้ว
รอบนี้ไปโรงผักที่จ้องไว้เมื่อคราวที่แล้ว
อะไรก็น่าซื้อไปหมด โรงผักหลังนี้ส่วนใหญ่ชาวสวนเอารถมาจอดขายกันเอง
ผักก็หลากหลายกว่าโรงที่ไปมาเมื่อวันครู  พ่อค้าแม่ค้าอัธยาศัยดียิ้มแย้มแจ่มใส
เรานัดกันว่าคราวต่อไปมุ่งหน้าตลาดนี้ไม่แวะไหนแล้ว ประทับใจจริงๆ

กระเพรากิโลกรัมละ 15 บาท ซื้อมา 2 กิโล เอามาเติมที่เก็บรอบบ้านได้กิโลเดียวเอง
พริกกิโลกรัมละ 40 บาท น้าทั้งสองแอบอิจฉา เธอซื้อโรงผักหลังแรกได้กิโลกรัมละ 60 บาท
กระชายกิโลกรัมละ 25 บาทซื้อมา 2 กิโลได้จากโรงผักหลังแรก 
ร้านนี้แม่ค้าใจดีติดใจแม่ค้า  คราวหลังจะแวะไปอุดหนุนอีก
"บัวหิมะ" ของแปลกที่เราได้ความรู้ใหม่จากแม่ค้าใจดี ปลอกให้ลองชิม 
เนื้อกรอบอร่อยคล้ายมันแกว แต่หวานกว่ามากในที่สุดเราก็ตกลงซื้อกันคนละกิโล (กิโลละ 50 บาท)  
แม่ค้าใจดียิ้มใหญ่นึกในใจเทคนิคนี้ขายได้อีก
หอมใหญ่แต่เล็กน่ารัก 1 กิโล 10 บาท อันนี้ชอบมากเลยเรา
ในที่สุดกระชาย กับหอมหัวใหญ่ก็ลงไปนอนแช่รวมกับน้องขิงน้องขมิ้น เต็มถังพอดี
กว่ากระเพราจะไปรวมกับของเก่าได้ล้างเหนื่อยมากเลย 
กระเพรา 2 กิโลนี่มันถุงไม่เล็กเลยเกือบจะล้นกระป่อง  รูปนี้ถ่ายเมื่อเช้ายุบลงไปเยอะแล้ว
ยังเหลือน้องพริกที่่ต้องมาจัดการเย็นวันนี้
โปรดติดตามต่อไป....ขอไปซื้อน้ำตาลกับกระป๋องก่อน บ้าย บาย...

น้ำหมักของฉัน

เมื่อเข้าใจได้ว่าน้ำหมักมีประโยชน์มากมาย ตัดสินใจนำตัวเองสมัครเข้าเป็นชาวน้ำหมักชีวิตเริ่มเปลี่ยนไป  วันๆ คิดแต่จะเอานี่หมักนั่นหมัก


 
กระเพรารอบบ้าน
 
เปลือกสัปรดขอซื้อแม่ค้ามาด้วยความเกรงใจ 7 กิโล 20 บาท
ดอกแก้ว
ใบเตย
แล้วนี่ก็มะเฟือง ยังไม่หมดแค่นี้แต่ขอเก็บไว้โชว์วันหลัง เผื่อไม่มีอะไรจะเล่า

น้ำหมักน้องขิงและน้องขมิ้น

หลัง จากที่เราถูกวิญญาณชาวหมักเข้าสิงอย่างเต็มตัว วันๆ ก็ได้แต่สรรหาสารพัดผักผลไม้นานาชนิดมาหมัก  หมักและหมักจนเต็มบ้าน  วันนี้หยุดวันครู เราเลยชวนน้า 2 คนบ้าหมักเหมือนกันไปเที่ยวชมตลาดผักศรีเมือง ข่าวว่าเขาขยายกิจการตลาดผักไปใหญ่โตมาก ๆ ต้องไปดูให้เห็นกับตา  โอ้โห มันใหญ่อลังการมากจริงด้วยนี่ขนาดยังมีอีกส่วนยังสร้างไม่เสร็จ   ส่วนที่เราไปเป็นตลาดผักค้าส่ง ผักถูกมาก เห็นอะไรก็น่าซื้อไปหมด ต้องเตือนตัวเองว่าอย่าเพิ่งงกซื้อ เดี๋ยวล้างกันหน้ามืด  เดินชมตลาดพักใหญ่ในที่สุดก็ได้น้องขิงกับน้องขมิ้นติดมือกลับมาบ้าน
ใฝ่ฝันมานานว่าจะได้หมักน้องขิงกับน้องขมิ้น เพราะรู้ว่าเธอทั้งสองเป็นยอดสมุนไพรสรรพคุณเกินบรรยาย  น้องขิงกิโลกรัมละ 15 บาท แง่งใหญ่น่ากินดูท่าจะเผ็ดร้อนน่าดู น้องขมิ้นค่าตัวแพงหน่อยกิโลละ 25 บาท ซื้อมาอย่างละ 3 กิโลกรัมหมดไป 120 บาท เท่านี้ก็ล้างกันเหนื่อยแล้ว
 
                                  
น้องขิงกับน้องขมิ้นอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณเรียบร้อยแล้ว
น้ำตาลทรายแดงผสมน้ำกรองสะอาดรอน้องไปนอนแช่ให้ชุ่มฉ่ำ
 
สองสาวไปนอนลอยคอในถังหมัก...รอไปอีก 6 เดือนค่อยพบกันใหม่นะ


^_______^
ขมิ้น 
สรรพคุณ
สารที่อยู่ภายใน หัวขมิ้นเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการทดสอบกรดบอริก ที่มีในผงชูรสปลอก ใบ ใช้ผสมกับยานวดเพื่อคลายเส้น ใช้ผสมเป็นยาอายุวัฒนะ รักษามะเร็ง ริดสีดวงทวารปวดมวนรักษาซาง และฝีดาษ และชักอาการไข้ รักษาผมที่หงอก ผมร่วง ผมคัน รักษามุตกิด ท้องอืด ท้องเฟ้อ รักษาแผลโรคผิวหนังผื่นคันบำรุงผิว รักษาอาการท้องเดิน ปวดท้อง ธาตุพิการ อุจจาระเป็นมูกโลหิต ลดอาการบวม รักษาไข้ปวดหัวตัวร้อน สารพัดไข้ ปวดศีรษะ รักษากาฬ รักษาพิษสำแลง-ของแสลง รักษาฝี บิดตานทรวง ถ่ายท้อง ท้องเดิน ท้องร่วง ลดการขับปัสสาวะ รักษามูกโลหิต โลหิตเน่า ขับน้ำคาวปลา รักษาตานขโมย แมงเตียนกินรากผม เหา รังแค กษัย บำรุงโลหิต เจริญอาหาร ผสมกับยาต้มห้ามโลหิตจากทวารทั้ง 9 หรืออาเจียนเป็นโลหิต ผสมยารักษาเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย บำรุงน่ำนม เป็นฝาโรคหนองใน เบาขัด รักษาอาการลมวิงเวียน โรคปวดในข้อ โรคเหน็บชา คลื่นเหียนจุกเสียดและลมขึ้นสูง โรคประสาทผสมยาทาฝี รักษาแผลเรื้อรังเน่าร้าย ผอมแห้งอยู่ไฟไม่ได้ โรคกุฏฐัง ทำน้ำนมสตรีให้บริสุทธิ์ ขับปัสสาวะในสตรี รักษาอาการปวดบวมท้องขึ้นลงท้องอันเกิดจากวาโยธาตุกำเริบ
 ขิง
สรรพคุณ
ขิงมีสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย คือ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม วิตามินเอ ฯ ขิงมีฤทธิ์อุ่น ช่วยขับเหงื่อ ไล่ความเย็น ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหาร และทำให้ร่างกายอบอุ่น ในทางยานิยมใช้ขิงแก่ เพราะขิงยิ่งแก่จะยิ่งเผ็ดร้อนและมีใยอาหารมากนำเหง้าสดย่างไฟให้สุก ตำผสมกับน้ำปูนใสคั้นเอาแต่น้ำดื่ม หรือนำเหง้าสดหมกไฟรับประทานเมื่อมีอาการเบื่ออาหาร